Work Inspiration @ SCB TechX EP 6 : ทุกการเดินทาง คือรางวัลชีวิต

ไทย

work inspiration cover

ก้าวสู่ช่วงปลายปีกันแล้วอากาศเริ่มเย็นเหมาะกับการออกไปรับลม สัมผัสแสงแดดยามเช้ากันสุดๆ Work Inspiration ที่นำมาฝากในเดือนนี้จึงมาในตีมและเนื้อหาที่ชวนทุกคนออกไปตามหาแรงบันดาลใจสดใหม่ให้กับการทำงานและการใช้ชีวิต ผ่านการท่องเที่ยวสู่โลกกว้าง ได้เห็นวิถีชีวิตและมุมมองที่หลากหลายของผู้คนในแบบฉบับของ คุณแม็ก Cloud Network and Service Integration Manager ที่เริ่มหาโอกาสให้ตัวเองได้ออกเดินทางท่องเที่ยว สร้างบาลานซ์ความสมดุลที่มีความสุขให้กับชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัว มาเป็นเวลากว่า20 ปีแล้ว ซึ่งเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวของคุณแม็กได้ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางไหน รวมถึงเทคนิคการเตรียมตัว การวางแผนการเดินทาง การรับมือกับเหตุการณ์วิกฤตและวิธีแก้ปัญหานั้นจะเป็นอย่างไร ขอเชิญไปตามอ่านกันได้เลย ปล.แอบบอกว่าคุณแม็กถ่ายรูปสวยมากเห็นแค่รูปแอดก็เพลินล้าววววว

ช่วยแนะนำตัวเองให้สักเล็กน้อยค่ะ

work inspiration introduction

สวัสดีครับ ชื่อแม็ก นะครับ ตอนนี้ทีมก็จะดูแลเรื่อง Cloud Network และ Software Tools ต่างๆที่ SCB TechX ใช้งานอยู่ นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว เวลาส่วนตัวก็จะออกกำลังกาย เช่น วิ่ง หรือ เล่นฟุตบอล เล่นดนตรี ใช้เวลากับครอบครัว แต่ถ้ามีช่วงไหนที่หยุดยาว หรือมีช่วง ที่งานไม่เยอะมาก ก็จะลองมานั่งดูว่ามีที่ไหนอีกนะทั้งในและต่างประเทศที่เรายังไม่เคยไปและเหมาะกับครอบครับเรา แล้วก็วางแผนท่องเที่ยวกันครับ

อะไรเป็นจุดเริ่มต้นให้ออกเดินทางท่องเที่ยว? แล้วใครเป็นเพื่อนร่วมทางบ้าง? และการท่องเที่ยวแนวไหนที่ชอบที่สุดคะ?

work inspiration cloud Network and Service Integration Manager

เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะชื่นชอบการท่องเที่ยวอยู่แล้ว และมีแรงบัลดาลใจในการท่องเที่ยวในแบบของตัวเอง ส่วนตัวผมเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ตอนทำงานด้าน IT อยู่ที่การบินไทย ประมาณ 20 กว่าปีแล้ว เค้าแจกตัวฟรี และมีตั๋วราคา 10% ให้เป็นสวัสดิการพนักงานครับ ไปได้ทั้งในและต่างประเทศ นั่นคือเปิดโลกเราเลย แต่ต้องมีการเกาะหน้า Counter Check-in รอที่นั่งว่าง ลุ้นเอาว่าจะได้ไป ไม่ได้ไป มั้ยนะครับ ก่อนไปรอต้องแอบเหลือบดู Booking ในระบบก่อนแล้วเสี่ยงเอา Flight ที่น่าจะว่างที่สุด

ช่วงนั่นเพื่อนร่วมเดินทางก็จะเป็นแก๊งค์เพื่อน ปลายทางก็ใกล้ๆเช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ฮ่องกง สิงคโปร์ และเที่ยวกันแบบชะโงกทัวร์นิดนึง 55555 ตามเก็บ Check-in Landmark ของแต่ละที่ให้ครบจบในทริปเดียว และนอนอัดๆกันใน Youth Hostel เพื่อประหยัดตัง แต่พอทุกคนโตขึ้น หรือจะเรียกว่าแก่ขึ้นก็ว่าได้ครับ ก็จะเริ่มไปกับครอบครัว ใช้เวลาละเลียดกับแต่ละสถานที่เยอะขึ้น คุยกับคนในพื้นที่ อ่านเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ถ้าเป็นไปได้จะพยายาม ไปในที่ๆไม่เคยไป หรือทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำ เช่น นั่งรถชมสัตว์ในป่า(กุยบุรี) พาย Sup Board ในแม่น้ำ(แคว) หรือทะเล ออกเรือดูวาฬ ดูรอยเท้าไดโนเสาร์ ปีนเขา หรือ ขี่ ATV ลุยทางธรรมชาติ สมองเราจะชอบครับเวลาได้เรียนรู้ New Skills หรือได้เห็นอะไรใหม่ๆ

การไปท่องเที่ยวในแต่ละที่ มีการวางแผนล่วงหน้านานไหม? มีวิธีการเตรียมตัวและค้นหาข้อมูลอย่างไรคะ?

ผมเป็นสายเที่ยวเองครับ ปกติแพลนทุกอย่างเองหมด อาจจะมีซื้อ Day Trip บ้างถ้าเราต้องการประหยัดเวลาและอยากรู้เรื่องราวจากคนพื้นที่ สำหรับแหล่งที่ใช้หาข้อมูลท่องเที่ยวจะมาจากหลายที่เลย ดังนี้ครับ

ถ้าเป็นประเภทเว็ปไซต์ ระดับเทพเลยก็หนีไม่พ้น Tripadvisor.com เพราะแนะนำได้ทุกอย่างทั้งที่เที่ยว โรงแรม โปรแกรม Day Trip และร้านอาหาร ถัดมาก็ Skyscanner.com หาตั๋วเครื่องบินที่ช่วงเวลาและ Budget เหมาะกับเรา

อีกที่ก็ Youtube เลยครับอยากไปไหน Search เลย มีคน review และแนะนำเพียบ ส่วน Channel ประจำก็จะมี FAROSECHANNEL, I Roam Alone, Ricksteves, GoWentGo, อาสาพาไปหลง รวมถึง วัฒนธรรมยั่วน้ำลาย Tasty Journey ที่เน้นเรื่องการกินเป็นหลักครับ

ถ้าหนังสือ Guidebook ของต่างประเทศจะมี Rick Steves กับ DK Eyewithness Travel เพราะข้อมูลแน่นและเอาไปใช้จริงได้ ฝั่งบ้านเราก็ของสำนักพิมพ์วงกลม Dplus และอัมรินทร์เป็นหลักครับ

ส่วนการเตรียมตัว ปกติถ้าทริปสั้นๆ 4–5 วันจะเตรียมตัวประมาณเดือนนึง แต่ถ้าระดับ 2 อาทิตย์นี่ก็จะเตรียมประมาณ สองเดือนขึ้นไปครับ จะใช้ Tripadvisor และ Guidebook เลือกสถานที่ แล้วสร้าง Google Map ของตัวเองไว้ แล้วค่อยๆ วางแผนการเดินทางแต่ละวัน ทริปล่าสุดวางแผนโดยใช้ Miro App แปะคล้ายๆ Post-it ไว้สามารถสลับโปรแกรมไปมาของแต่ละวันได้สะดวกดีครับ

มีที่ท่องเที่ยวไหนอยากไปแต่ยังไม่ได้ไปบ้าง? และที่ไหนที่ประทับใจที่สุดจนอยากกลับไปซ้ำคะ?

work inspiration cloud Network and Service Integration Manager2

ในประเทศเลยก็จะมี เกาะตาชัย เป็นเกาะที่ 11 ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน แต่ตอนนี้ยังปิดฟื้นฟูธรรมชาติอยู่ ที่เกาะมีทรายละเอียดมากแบบเข้าไปอุดอยู่ในกางเกงว่ายน้ำได้เลย 55555 และน้ำทะเลก็ใสมากๆ ถ้าวันไหนฟ้าสวยนี่อยู่ได้นานเลยครับ

อันที่สองขอเป็น บ้านห้วยโทน อ.บ่อเกลือ จังหวัดน่าน โดยเริ่มจากที่หมู่บ้านสะปันจะมีร้านให้เช่า ATV พร้อมไกด์พาเราขึ้นไปอีกหมู่บ้านคือบ้านห้วยโทน ระหว่างทางจะเห็นหุบเขาสลับกับลำธารตลอดทาง โดยวิวหุบเขาบ้านเราเรียกได้ว่าไม่แพ้โซนยุโรปเลยครับ

อีกอันให้ การปีนแหลมกระทิง จ.ภูเก็ต โดยแหลมกระทิงเป็นอีกจุดชมวิวของ จ.ภูเก็ตที่ต้องออกแรงปีนตามสันเขากันหน่อย ความท้าทายอยู่ที่ทางเดินแคบๆนี่แหล่ะถ้าพลาดลื่น เราอาจหล่นลงไปข้างล่างได้เลย แต่พอถึงจุดชมวิวแล้ว โอ้โหสวยมากกกจนหายเหนื่อยเลยครับ

work inspiration cloud Network and Service Integration Manager3

ส่วนต่างประเทศ ชอบเมืองที่ค่อนข้างสงบ คนไม่เยอะ และธรรมชาติสวยครับ

เมืองแรกขอเป็น Annancy ประเทศฝรั่งเศส (ห่างจาก Geneva ประมาณ 33 กิโลเมตร) เป็นเมืองใกล้ทะเลสาบ Annancy ชื่อเดียวกับเมือง แล้วมีฉากหลังเป็นเทือกเขา Alps ในตัวเมืองเก่ามีลำธารรอบๆเมือง มี Palais d’Isle คุกเก่ารูปสามเหลี่ยมเป็น Landmark ของเมือง แค่เดินเล่นรอบๆเมืองก็สดชื่นครับ

เมืองที่สอง ทากายามะ จังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น เราเริ่มออกเดินทางจากเมืองนาโงย่า โดยรถไฟ วิวธรรมชาติที่มีแม่น้ำฮิดะขนาบข้างระหว่างทาง มันทำให้เรานั่งมองได้ไม่เบื่อ ในตัวเมืองทากายาม่าเองก็เป็นเมืองเก่าที่เดินสนุก มีไอศกรีมชาเขียว และเนื้อจากเมืองฮิดะย่างจิ้มเกลือให้ชิม ถือว่าประทับใจเลยครับ

เมืองที่สามอาจจะส่วนตัวนิด และต่างจากสองเมืองแรกครับ เป็นเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ใช่ครับ คงจะเดาไม่ยากว่ารุ่นนี้เป็นเด็กผีแน่นอน 5555 การได้เชียร์บอลที่สนามโอลแทรฟฟอร์ดในวันนั้นถือว่าเป็นอีกความฝันของแฟนผี นัดนั้น โชคดี แมนยู ชนะ สโต๊ก ซิตี้ ไป 4–2 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความประทับใจในชีวิตเลยครับ Yeahhh

เคยมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นไหม? แล้วมีวิธีจัดการปัญหานั้นอย่างไร?

work inspiration cloud Network and Service Integration Manager4

เคยมีครั้งนึงครับ ที่เราโดนเตือนแล้วว่าที่ปารีสนั้นโจรล้วงกระเป๋าเยอะ ให้ระวังกระเป๋าตังให้ดี จริงๆแล้วมีการแพลนแล้วว่าเราจะมีโซ่คล้องกระเป๋าตังกับห่วงกางเกง และ แยกเงินกับบัตรเครดิตไว้คนละกระเป๋า แต่หลังจากลงเครื่อง เรายังไม่ได้จัดการคล้องโซ่กระเป๋าให้เรียบร้อย ระหว่างขนกระเป๋าเพื่อต่อรถไฟไปเมือง Lyon ก็มีชาวปารีเชียงใจดีมาอาสาช่วยขนกระเป๋าขึ้นรถไฟ ระหว่างนั้นมีการเบียดเสียดและเราก็มัวพะวงกับการขนของที่พะรุงพะรัง ทั้งๆที่คิดว่าระวังตัวแล้ว แต่รู้ตัวอีกทีบนรถไฟ กระเป๋าตังก็ไม่อยู่กับเราแล้วครับ แต่ที่แอบเจ็บใจกว่านั้นคือตอนลงที่สถานีปลายทาง มีผู้หญิงผิวสีเดินจูงลูกแล้วเข้ามาบอกเราว่า เจอกระเป๋าของคุณตกอยู่เลยเก็บมาให้ โดยรู้จากรูปเราในบัตรประชาชน ในใจก็คิดว่าต้องเป็นแก๊งค์เดียวกันแน่ๆ แต่ก็ไม่มีหลักฐานไปกล่าวหาเค้าได้ สรุปได้กระเป๋า บัตรต่างๆ และเงินไทย คืน ส่วนเงินยูโรนั้นหายเกลี้ยงตามระเบียบ ซึ่งถอดบนเรียนที่ได้จากเรื่องนี้ได้ประมาณนี้ครับ

  • ควรกระจายความเสี่ยงโดยแยกกระเป๋าเงิน บัตรเครดิตไว้ปริมาณ เท่าๆกันซักสามกระเป๋า เก็บคนละที่
  • ใช้กระเป๋าหน้า แทนการใช้กระเป๋าหลังของกางเกง
  • พกเงินสดน้อยลง แลกเงินไว้ใน Visa Travel Debit Card แทน ที่เราสามารถแลกเงินใส่บัตรไว้ได้ ตัวบัตรกดเงินได้ รูดได้ที่ต่างประเทศด้วยสกุลเงินที่แลกไว้ ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ส่วนตัวก็จะมี SCB Planet Card และ KrungThai Travel Card ไว้ ใช้ Back Up กันครับ
  • ซื้อ Skype เครดิตไว้ พร้อม Data Roaming package เผื่อต้องโทรเข้า Call Center ที่ประเทศไทย และโทรหาเบอร์ Local ของประเทศนั้นๆ

ตั้งแต่เดินทางท่องเที่ยวมา มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตบ้างเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนๆที่กำลังหมดไฟจากการทำงาน?

มี Quote นึงของ Einstein ที่พูดถึงเรื่องการดำเนินชีวิต ไว้แบบนี้ครับ

“Life is like riding a bicycle. To keep your balance you must keep moving”

ผมลองสลับประโยคหลังเล่นๆแบบนี้ดูครับ To keep moving, you must balance yourself.

ส่วนตัวคิดว่าการสร้าง Balance ให้ชีวิตยังเป็นเรื่องสำคัญนะครับ สมมติว่าเรื่องงานอยู่ทางซ้าย การพักหรือผ่อนคลายในแบบต่างๆ อยู่ทางขวา และเรากำลังไปตามแผนของเราที่วางไว้ข้างหน้า บางครั้งถ้าเราเผลอเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งมากหน่อยก็ยังพอประคองให้เราไปต่อตามทางที่วางไว้ได้ แต่ถ้าเอียงมากไปเราต้องล้มแน่นอน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นทั่วๆไป อย่างในญี่ปุ่น มีภาวะที่คนทำงานหนักจนตาย หรือเรียกว่า โรคคาโรชิ อย่างผมเอาแค่ป่วยก็ไม่ไหวแล้วครับ หรือกลับกัน ถ้าเราเอาแต่สนุกอย่างเดียว หรือ Relax เกินไป อาจจะทำให้งานเสีย หรือ รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่าได้

หากผู้อ่านเป็นคนที่ชอบทำงาน แล้วร่างกายเรายังไม่ฟ้องว่าเราหนักไปแล้วนะ เราไปต่อได้ครับ แต่เมื่อร่างกายเริ่มฟ้องด้วยอาการ Office Syndrome เจ็บป่วยง่าย หรือ มีอาการ Burn Out มาให้โอกาสตัวเองลองสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตดูนะครับ บางทีเราอาจจะกำลังหักจักรยานเลี้ยวมากเกินไปจนใกล้จะล้มอยู่ก็ได้ครับ

แหม่พอสัมภาษณ์จบนี่อยากจะตามเก็บเชคพ้อยท์ที่เที่ยวตามคุณแม็กเลยนะคะ เอาเป็นว่าถ้าเราเครียดๆ หรือ เหนื่อยล้าจากการทำงานหรือชีวิตหนักๆที่ทำอะไรไม่ได้อย่างที่หวัง ให้เปลี่ยนบรรยากาศชาร์จพลังบวกผ่านการท่องโลกกว้างดูบ้างเราอาจได้มุมมองการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป ยอมรับสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตมากขึ้นก็ได้นะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ 🙂

Related Content

  • ทั้งหมด
  • Blogs
  • Insights
  • News
    •   Back
    • Careers
    • Data Science
    • Lifestyle
    • Product
    • Strategy
    • Technology
    • User Experience
    • xPlatform
    • DevOps
    •   Back
    • PointX Products
    • Events
    • Others
    • Leadership
    • Partnership
    • Services & Products
    • Joint ventures
    •   Back
    • Blockchain
    • Finance
    • Tech innovation

Your consent required

If you want to message us, please give your consent to SCB TechX to collect, use, and/or disclose your personal data.

| การเพิกถอนความยินยอม

หากคุณต้องการเพิกถอนการให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล กรุณาส่งคำร้องหาเรา

Vector

Message sent

We have receive your message and We will get back to you shortly.